15 ความผิดพลาด ใน Resume ที่จะทำให้คุณไม่ได้งาน


  • Resume ที่มีข้อผิดพลาด อย่างดีที่สุดคือ ทำให้ผู้สัมภาษณ์รู้สึกไม่ประทับใจกับคุณในครั้งแรกที่เจอ และอย่างแย่ที่สุดคือ พวกเขาอาจตัดคุณออกไปเลยและไม่เรียกสัมภาษณ์

  • เกือบ 70 เปอร์เซ็นของบริษัทบอกว่า หากพวกเขาเจอประวัติการทำงานของผู้สมัครบางราย พวกเขาจะปฎิเสธผู้สมัครทั้งๆที่ยังอ่านใบสมัครไม่จบเลยด้วยซ้ำ

     


ไม่มีคำแนะนำอะไรดีไปกว่าการตรวจสอบ Resume ของคุณอีกครั้ง หรือหลายครั้ง เพื่อป้องกันความผิดพลาด เป็นอะไรที่น่าตกใจเพราะ Recruiter หรือ HR มักจะได้รับ Resume ของผู้สมัครที่เต็มไปด้วยความผิดพลาดมากมาย

 


เมื่อไหร่ที่ความผิดพลาด ของ Resume ที่จะให้คุณอดได้งาน

การสำรวจในปะ 2018 จาก Top resume 70 เปอร์เซ็นของบริษัทบอกว่า หากพวกเขาเจอข้อมูลการติดต่อ หรืออีเมล์ที่ดูไม่เป็นมืออาชีพ มันก็มากพอแล้วที่จะหยุดอ่าน Resume ฉบับนั้น

ทุกอย่างมันขึ้นอยู่กับตำแหน่งหรือประเภทของงานที่คุณต้องการสมัคร และทัศนคติหรือความชอบของ Recruiter หรือ HR แต่ละคนด้วย ว่า Resume ของคุณจะถูกปฎิเสธหรือไม่ หากคุณไม่มีประสบการณ์การทำงานเลย คุณอาจจะเพิ่มงานอดิเรกของคุณบน Resume หรืองาน Part time ที่คุณเคยทำ เพราะประวัติของคุณมีน้อย และคุณต้องการข้อมูลเพื่อจะให้ Resume ของคุณเต็มแผ่นและดูไม่น้อยจนเกินไป แต่งานอดิเรกนั้นก็ควรจะเกี่ยวข้องกับงานที่คุณต้องการสมัครด้วยจะดีมากกว่า



ในทางกลับกันมีข้อผิดพลาดบางประการที่ควรจะหลีกเลี่ยงดีกว่า เพราะข้อผิดพลาดนั้นอย่างเดียวอาจไม่ได้ทำให้คุณถูกปฎิเสธ แต่ HR อาจจำได้และรู้สึกไม่ค่อยดีเท่าไหร่

  • ขาดความสนใจในตำแหน่งงาน หากคุณไม่ใส่ใจในการตรวจทานประวัติของคุณ พิมพ์ได้ถูกต้องหรือไม่ สะกดผิดพลาดหรือเปล่า นั้นแสดงให้เห็นว่าคุณใส่ใจกับประวัติของคุณมากแค่ไหน มีความสนใจในตำแหน่งงานนี้มากน้อยแค่ไหน  ผู้สมัครที่เขียนประวัติของเขาออกมาได้ดีและแสดงออกได้ถึงความสนใจในตำแหน่งงาน มักจบลงด้วยการได้รับเสนองาน บริษัทหรือนายจ้างจะประเมินทุกสิ่งตั้งแต่ครั้งแรกที่เขาได้เห็นหรืออ่าน Resume

  • การสนใจในรายละเอียดเนื้อหา นอกเหนือจากทักษะความรู้ความสามารถของผู้สมัครด้านงานต่างๆแล้ว บริษัทยังมองถึงทักษะด้านการเข้าสังคมอีกด้วย ซึ่งก็ไม่สามารถดูได้ชัดเจนได้ใน Resume

     


มันเป็นเรื่องที่ท้าท้ายมากว่าคุณจะแสดงให้เห็นถึงทักษะการเข้าสังคมของคุณบน Resume ได้หรือไม่ แต่มันค่อนข้างง่ายที่จะบอกบริษัทว่าคุณขาดทักษะ อื่นๆ  เช่น ความใส่ใจรายละเอียดบน Resume  รูปภาพบน Resume การออกแบบ Resume นั้นเหมาะสมหรือไม่ หรือคุณมีการตรวจทานใบสมัครของคุณหรือเปล่า? นั้นเป็นสิ่งที่บริษัทจะดูว่าคุณมีความเป็นมืออาชีพมากแค่ไหน

เราขอให้นายหน้าและผู้ว่าจ้างมืออาชีพหาข้อผิดพลาดที่พบได้บ่อยที่สุดที่พวกเขาต้องเผชิญ

 

15 ข้อผิดพลาดของ Resume ที่พบบ่อย

1.ระบุวันที่จ้างงานคลุมเครือ

เมื่อ HR หรือ Recruiter มองเห็นวันที่บน Resume ของคุณ แล้วมีเห็นความผิดปกติเกิดขึ้น เช่น มีแต่วันที่แต่ไม่ใส่เดือนไว้ พวกเขาจะรู้สึกทันทีว่ามีอะไรผิดปกติ และมันแย่มาก พวกเขาอาจสงสัยว่าคุณต้องการจะปิดบังหรือโกหกอะไรอยู่รึเปล่า หากพวกเขาเขายุ่งอยู่ละก็ Resume ของคุณอาจถูกโยนทิ้งไปก็ได้ แทนที่จะสงสัยว่าทำไมคุณถึงไม่ใส่ข้อมูลนั้นๆ มา



ควรใช้รูปแบบ Resume แบบเรียงตามเหตุการณ์ 3-7 ปีล่าสุด มีผู้สมัครหลายคนโดยเฉพาะคนที่มีประสบการณ์เยอะๆ มักจะทำ Resume ให้อยู่ในหน้าเดียวหรือพยายามให้เนื้อหาน้อย ซึ่งจริงๆแล้ว บริษัทต้องการข้อมูลของงานที่คุณเคยทำ หน้าที่ที่คุณเคยได้รับผิดชอบ หรืออะไรที่คุณประสบความสำเร็จในงาน  หากข้อมูลของคุณจะเยอะหรือมีสองหน้าก็ไม่เป็นไร ถ้าเป็นข้อมูลที่จำเป็นและเกี่ยวข้อง เพราะมันทำให้บริษัทเข้าใจคุณได้ชัดเจนมากขึ้น

2.ความไม่สอดคล้อง

มีบางครั้งบางคนจะลืมตรวจสอบวันที่ ชื่อตำแหน่งงาน หรือหน้าที่การทำงาน  แต่สิ่งที่แย่กว่าคือ การที่ HR มืออาชีพ ไปค้นหาใน LinkedIn หรือ Social Media ของคุณ และพบว่า ข้อมูลการทำงาน วันที่เริ่มงาน ข้อมูลชื่อตำแหน่งงาน รายละเอียดการทำงาน นั้นไม่ตรงกับใน Resume ที่คุณยื่นเข้ามา  นายจ้างหรือ HR จะมองคุณทันทีว่าคุณโกหกเกี่ยวกับ Resume ของคุณใน LinkedIn หรือไม่ก็ทั้งสองอย่าง นั้นก็เป็นสิ่งที่จะทำให้คุณพลาดโอกาสในการได้งานได้เช่นกัน 

 

3. ระบุประสบการณ์ที่เกี่ยวข้อง และสิ่งไม่เกี่ยวข้องออกไปจาก Resume

สิ่งหนึ่งของคนส่วนใหญ่ที่ผิดพลาดกันเลยก็คือ พวกเขารู้สึกผูกพันกับงานที่เคยทำ และเพิ่มทุกๆ งาน ทุกๆอย่าง ที่เคยทำ งานพาร์ทไทม์ตั้งแต่สมัยมหาวิทยาลัย เช่นคุณเคยทำงานพาร์ทไทม์ที่ Subway Sandwich  หรือเป็นนักร้องที่ร้านอาหาร มัน ไม่เกี่ยวข้องและไม่จำเป็น ยกเว้นแต่ว่าคุณจะสมัครงานในบริษัทที่มีกำลังพัฒนาเทคโนโลยีอาหารด้านการทำแซนวิช หรือสิ่งที่เกี่ยวข้องกับงานพาร์ทไทม์ที่คุณเคยทำ



4.ให้ความสำคัญกับข้อมูลผิดจุด

อย่าเน้นที่บริษัทเดิมที่คุณเคยทำงาน  ควรเน้นที่ตำแหน่งงานที่เคยทำกับบริษัท บอกเขาว่าคุณมีส่วนทำให้บริษัทเติบโตขึ้นได้อย่างไร คุณมีความสามารถอย่างไรที่จะช่วยพัฒนาบริษัท หรือตรงตามความต้องการของตำแหน่งหรือไม่ นี่คือสิ่งที่ Recruiter หรือ HR มองหา ยกเว้นว่า บริษัทนั้นเป็นบริษัทใหญ่ที่รู้จักกันดี เช่น Facebook, Google

 

​​​5.เพิ่มคำอธิบายของงานมากเกินไป

ข้อผิดพลาดใหญ่ๆ ที่พบเจอบ่อยๆ เลยก็คือ คนชอบเขียนอธิบายคุณสมบัติของพวกเขาพยายามใช้คำพูดอธิบายคุณสมบัติเยอะมากเกินไป  จริงๆใน Resume ก็ไม่ใช่ข้อมูลที่โกหก หรือแต่งขึ้นมา แต่หากคุณนั่งลงดู Resume นั้นจริงๆ คุณจะรู้ได้อย่างรวดเร็วเลยว่าเนื้อหาจริงๆ เกี่ยวกับงาน มีแค่นิดเดียวเท่านั้น

 

6.การใส่ทักษะที่สำคัญ

Microsoft Word, Excel, and PowerPoint อาจไม่จำเป็นใน Resume ของคุณแล้ว เพราะทุกวันนี้นายจ้างของคุณคิดว่าผู้สมัครที่ดีทุกคน ต้องมีความสามารถในการใช้ Microsoft Office อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นคุณควรจะเน้นไปที่สกิล หรือเทคนิคอื่นๆที่สำคัญมากกว่านี้ดีกว่า เช่น SQL, Google Analytics, Salesforce, Mixpanel หรือ Adobe Creative Suite ดีกว่า เพราะจะทำให้คุณเด่นขึ้นกว่าผู้สมัครคนอื่น

 

7.ออกแบบ ครีทีฟ หรือน่ารักมากเกินไป

การออกแบบ Resume ให้สามารถอ่านได้ง่าย สะอาด ดีกว่าการที่ออกแบบอะไรที่แปลกใหม่ คุณไม่ควรลืมว่าบริษัทต้องอ่าน Resume จำนวนมากและต้องการความรวดเร็ว

 

8.เอาประวัติการศึกษาไว้ด้านบน

การฝึกงานตำแหน่งอะไร คุณเรียนโรงเรียนอะไร มหาวิทยาลัยอะไร และเกรดเท่าไหร่ ไม่จำเป็นต้องอยู่บนสุดของ Resume  มันควรเป็น ประวัติการทำงานของคุณมากกว่า



9.เลือกใช้คำที่ไม่ดี ไม่ดูเป็น มืออาชีพ

บ่อยครั้งที่ Resume แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการทำงานและประสบการณ์การทำงานของพวกเขา   Resume ที่ดีจะมีการเลือกรูปและแบบฟอร์ม และสีที่ดี เหมาะสม มีการใช้คำที่ดูเป็นมืออาชีพ เช่น ‘helped’ หรือ ‘assisted’   เพราะคำที่แตกต่างกันแสดงให้เห็นถึงความสำคัญหรือพลังของสิ่งๆ นั้น แสดงให้เห็นถึงความสามารถในด้านการคิดและเขียนได้เช่นกัน

 

10. พื้นที่ว่างต้องมีอย่างเหมาะสม

บางครั้งเราพยายามยัดข้อมูลลงไปใน Resume เยอะมาก  จนทำให้มันรู้สึกแน่นและอึดอัดไปหมด ตัวอักษรแน่นไปจนเส้นขอบแทบไม่มี หน้ากระดาษเต็มไปดว้ยตัวอักษร บางทีคุณต้องเข้าใจว่า HR อาจจะดู Resume ของคุณแค่ไม่กี่วินาทีเท่านั้น  เขาจะต้องตัดสินใจว่าจะอ่านต่อหรือหยุดอ่าน  Resume ควรดึงดูดหรืออ่านง่าย



11.อย่า Copy และ paste มาจากที่อื่น

อย่าก็อบปี้ข้อมูล เพราะหากคุณก็อบปี้ข้อความแนะนำตัวมาจากที่อื่น และมีอีกหลายๆคนก็อบเหมือนคุณ ไม่ว่าจะเป็นข้อความแนะนำตัว หรือข้อความต่างๆ  แน่นอนว่ามาเป็นแพทเทิร์นเหมือนกัน และซ้ำกับคนอื่นๆแน่นอน และหาก HR ที่ดู Resume เป็นพันๆ ฉบับ มีหรือที่เขาจะไม่รู้ และเขาก็จะรู้ว่าคุณก็อบมาจากเว็บไซต์ไหนสักเว็บยังไงละ

 

12. งานอดิเรก

นอกจากความสนใจหรืองานที่เกี่ยวข้องกับงานของคุณ คุณก็อาจไม่จำเป็นต้องบอกก็ได้ว่าคุณชอบดู Walking Dead  เพราะสิ่งเหล่านั้นสามารถทำความรู้จักกันได้ทีหลัง และมันไม่เกี่ยวข้องหรือจำเป็นกับงานเท่าไหร่ด้วย

 

13.ใช้ตัวอักษรเล็ก

การเลือกใช้ตัวอักษรที่เหมาะสม หากเลือกตัวอักษรที่ขนาดใหญ่หรือเล็กมากเกินไป  ทำให้อ่านยาก Resume ของคุณอาจถูกปัดทิ้งได้

 

14.Save ไฟล์ Resume

หลีกเลี่ยงการส่งไฟล์ Resume เป็นไฟล์ Word ควร Save ไฟล์เป็น Pdf   หากคุณส่งไฟล์เป็น Word การจัดเรียงของตัวอักษรขนาดตัวอักษรผิดเพี้ยนไปจากความจริง

 

15.การตั้งชื่อไฟล์

คุณควรตั้งชื่อไฟล์ Resume คุณด้วยชื่อและนามสกุล  แต่มีผู้สมัครหลายคนที่ส่งไฟล์ของเขามาเป็นแบบนี้ ‘resumes named 'espence_resume91.pdf,' 'Resume2013' หรือ 'revision5resume

มันก็ดีนะที่รู้ว่าคุณแก้ Resume มา 5 ครั้ง แต่จะดีกว่านี้ถ้ามันไม่มีตัวเลข และมีเพียงชื่อและนามสกุลของคุณ


  • Share this post!