ภาวะซึมเศร้า จากความเครียดสะสมในการทำงาน


ภาวะซึมเศร้า จากความเครียดสะสมในการทำงาน

ในปัจจุบัน ภาวะซึมเศร้าเป็นสิ่งที่ใกล้ตัวเรามากขึ้น เนื่องจากการใช้ชีวิตประจำวันที่มีความเครียด ไม่ว่าจะเป็นสังคม ครอบครัวหรือการทำงาน บางครั้งก็เกิดจากการที่สิ่งต่างๆ เข้ามากระทบความรู้สึกเราในแต่ละวัน บางคนก็อาจเกิดจากสารเคมีในสมองที่ผิดปกติ  แน่นอนว่าการชาวออฟฟิศต้องพบเจอปัญหาและอุปสรรค์ในการทำงานกันไม่เว้นในแต่ละวัน ทั้งความเครียดจากการทำงานเองที่สะสมอย่างยาวนาน ก็อาจทำให้เราอยู่ในภาวะซึมเศร้าได้เช่นกัน ดังนั้นเราต้องรู้จักวิธีการจัดการกับความเครียดที่เกิดขึ้นและใช้ชีวิตให้มีความสมดุลในทุกๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็น การทำงาน การใช้ชีวิตและครอบครัว  




ส่วนสาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะซึมเศร้าในการทำงานนั้นมีอะไรบ้าง?  

Work – life- Balance 

ขาดสมดุลในการใช้ชีวิตและการทำงาน ทำงานหนักติดต่อกันมากเกินไป ไม่มีเวลาหยุดพัก บางครั้งทุ่มเทให้กับงานมากเกินไปจนทำให้การใช้ชีวิตมีปัญหา ไม่สามารถทำในสิ่งที่รัก หรือชอบได้ ทำให้เกิดความเครียดสะสม



การมอบหมายงานที่มากเกินไป

ทำให้ต้องทำงานล่วงเวลาเป็นประจำทำให้เกิดความเครียด เนื่องจากกระทบกับการใช้ชีวิตและนอนหลับพักผ่อน



ความไม่สบายใจ เพื่อนร่วมงาน

บางครั้งต้องติดต่อประสานงานกับเพื่อนร่วมงานที่มีทัศนคติ ลักษณะนิสัย และวิธีการทำงานแตกต่างกัน หรือคนที่ไม่เป็นมิตร



ทัศนคติไม่ตรงกับองค์กร

นื่องจากทัศนคติของเราและองค์กร แนวคิดที่ไม่ตรงกัน แต่ยังฝืนทำงานต่อไปทำให้เกิดความทุกข์และไม่สบายใจก่อให้เกิดความเครียดสะสมได้เช่นกัน



ทำงานไม่ตรงกับสายงาน ทำงานที่ไม่ชอบ

การทำงานที่ไม่ตรงกับความสามารถของตน งานที่รู้สึกไม่ชอบ ไม่ถนัด ทำให้เกิดความกดดันและความเครียดขึ้นมาได้เช่นกัน

การได้รับมอบหมายหน้าที่ไม่ชัดเจน

บางครั้งบริษัทไม่ได้แจ้งหน้าที่ที่ต้องทำให้ชัดเจน ทำให้เกิดความสับสนว่าต้องทำอย่างไรบ้าง ไม่รู้ว่าบริษัทต้องการหรือคาดหวังสิ่งไหน งานที่ทำออกมามีประสิทธิภาพดีหรือไม่ ทำให้เกิดความวิตกกังวลและความเครียดเกิดขึ้นได้

ไม่สามารถเข้าได้กับลักษณะองค์กร

ลักษณะนิสัยของแต่ละบุคคลมีความแตกต่างกัน ซึ่งบางคนชอบทำงานเงียบ บางคนชอบเข้าสังคม ชอบพูดจา หากคนที่ไม่ชอบเข้าสังคม แต่ต้องไปทำงานในองค์กรที่ต้องนั่งรวมกันมากๆ และมีการพูดคุยปฎิสัมพันธ์กันอยู่ตลอดเวลาก็อาจทำให้เกิดความเครียด หรือคนที่ชอบเข้าสังคม แต่ต้องไปอยู่ในองค์กรที่ไม่ค่อยมีปฎิสัมพันธ์กันในองค์กรมากเท่าไหร่ ตั้งตาตั้งตาทำงานกัน ก็อาจทำให้เกิดความกดดันและความเครียดขึ้นมาได้เช่นกัน

สวัสดิการ ค่าตอบแทนเงินเดือน

บางครั้งค่าตอบแทน หรือเงินเดือนไม่เพียงพอต่อความต้องการพื้นฐานของตัวบุคคล ก็ทำให้เกิดความเครียด และหากมีการปรับเงินเดือนอย่างไม่เหมาะสมและถูกต้อง เช่น ปรับขึ้นเงินเดือนให้กับพนักงานที่ทำงานประสิทธิภาพน้อยมากกว่า  หรือไม่มีการปรับเลื่อนตำแหน่งงาน โบนัส สวัสดิการต่างๆ ก็ทำให้เกิดความเครียด ความกดดันได้


 






ภาระหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบ

หลายๆ คนคงรู้สึกเหนื่อยล้าและอยากจะพัก หรือลาออกจากงาน แต่ไม่สามารถลาออกหรือหยุดพักได้ เนื่องจากภาระหน้าที่ความรับผิดชอบต่างๆ ก็ทำให้เกิดความเครียดสะสม

สภาพแวดล้อมการทำงานที่ไม่ดี

ฝ่ายจัดการละเลยต่อคุณภาพชีวิตของพนักงานเช่น ให้ช่วงเวลาพักของพนักงานน้อยเกินไป การเพิกเฉยต่อความปลอดภัยในองค์กร การปรับอุณหภูมิในห้องการทำงานให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม โดยพนักงานทำงาได้โดยไม่รู้สึกอัดอึด เป็นต้น

แผนการทำงานไม่ดี

การสื่อสารภายในองค์กรผิดพลาด เนื่องจากการทำงานต้องอาศัยแผนงานและการสื่อสารระหว่างบุคคล หากมีการสื่อสารที่ผิดพลาดจนทำให้เกิดความเสียหายต่องานทำให้ไม่ได้ไม่เกิดประสิทธิภาพเท่าที่ควร





สัญญาณที่บ่งบอกว่าคุณอยู่ในภาวะซึมเศร้า รึเปล่า?

- ประสิทธิภาพในการทำงานลดลง ไม่มีสมาธิในการทำงานที่ละเอียด

- ทักษะการแก้ไขปัญหาลดลง

- ทำงานแบบผัดวันประกันพรุ่ง

- หมดพลังจะต่อสู้ ลางาน ขาดงานบ่อยๆ

- ยอมแพ้ต่อชีวิต ไม่ต่อสู้ดิ้นรน ไม่พยายามเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ให้ดีขึ้น

- เก็บตัว ไม่เข้าสังคม

- เชื่องช้าลง อ่อนเพลีย เบื่อไม่อยากทำอะไร

- รู้สึกเศร้า หดหู่ ผิดหวัง สะเทือนใจง่าย อ่อนไหว หม่นหมองไม่สดใสเหมือนเดิม

- รู้สึกท้อแท้ ไร้ค่า

- นอนหลับไม่สนิท นอนหลับๆ ตื่นๆ นอนหลับยาก หรือตื่นมากลางดึกแล้วนอนต่อไม่ได้

- แต่ก่อนมีสิ่งที่ทำแล้วรู้สึกมีความสุข สนุกแต่ปัจจุบันไม่รู้สึกสนุกไปกับสิ่งๆนั้นเหมือนเคย หรือทำแล้วก็ไม่สบายใจขึ้น

- บางคนก็มีอารมณ์หงุดหงิด ฉุนเฉียว ขวางหูขวางตาไปหมด



ทั้งนี้อาการที่เกิดขึ้นด้านบนอาจเกิดขึ้นกับหลายๆคน มีระดับตั้งแต่ระดับเล็กน้อย ไปจนถึงเป็นโรคซึมเศร้า ทั้งนี้ลองพิจารณาว่า กระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันของเราไหม เกิดขึ้นบ่อยหรือเปล่า  บางครั้งอาการเหล่านี้อาจเกิดขึ้นแล้วหายไปได้ แต่หากรู้สึกเป็นระยะเวลาต่อเนื่องและยาวนานและไม่ดีขึ้นอาจลอง ทำแบบทดสอบโรคซึมเศร้า หรือพบแพทย์เพื่อขอคำปรึกษาก็ได้เช่นกัน





แนวทางการปฎิบัติเพื่อให้รู้สึกดีขึ้นจากภาวะซึมเศร้า ด้วยตนเอง

ออกกำลังกาย เล่นโยคะ 

การออกกำลังกายทำให้ร่างกาย ไม่ว่าจะด้วยการวิ่ง การเดิน หรือสิ่งต่างๆ ร่างกายหลั่งสารเอนดอร์ฟิน (Endorphins) ซึ่งเป็นฮอร์โมนแห่งความสุข และส่งผลดีต่อร่างกายและสภาะจิตใจของเราเอง

นอนหลับพักผ่อนในระยะเวลาที่เหมาะสม 

การนอนมากไปหรือนอนไปก็ไม่ดี ยิ่งหากผู้ป่วยซึมเศร้าอาจรู้สึกอยากจะนอนต่อไปเรื่อยๆ ให้ลุกขึ้นมาเพื่อหากิจกรรมอะไรที่กระตุ้นตัวเอง

ฝึกเป็นคนคิดบวก

ผู้ที่อยู่ในภาวะซึมเศร้ามักจะมีความคิดด้านลบตลอดเวลา ดังนั้นควรฝึกมองโลกในแง่บวกเพียงจากสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิตประจำวัน การเปลี่ยนความคิดหรือทัศนคติเพียงนิดเดียวจะทำให้โลกของคุณเปลี่ยนไป มันอาจยากสักหน่อย แต่มันก็ไม่ได้ยากจนคุณไม่สามารถทำได้





สร้างกิจวัตรประจำวัน

อารมณ์ความเครียดและความเศร้าอาจทำให้คุณทำงานได้แย่ลง การกำหนดกิจวัตรประจำวันของคุณอาจทำให้คุณมีสติและแผนในการทำงานที่มากขึ้น

กำหนดเป้าหมาย

หากคุณกำลังอยู่ในภาวะซึมเศร้าคุณจะรู้สึกแย่และท้อแท้กับตัวเอง การกำหนดเป้าหมายในชีวิตจะทำให้คุณรู้สึกว่า คุณมีสิ่งที่ต้องทำ และมุ่งไปเพื่อให้ถึงเป้าหมาย ดีกว่าปล่อยให้ตัวเองรู้สึกแย่และท้อแท้กับตัวเองอยู่แบบนั้น

นั่งสมาธิ

มีผลวิจัยจากหลากหลายที่ว่าการทำสมาธิแค่วันละไม่กี่นาทีช่วยเรา สงบ และผ่อนคลายความเครียด ปรับสมดุลชีวิต และช่วยให้เรามีสติ มากขึ้น เป็นวิธีที่ดีมากที่ช่วยบรรเทาภาวะซึมเศร้า ผู้ที่นั่งสมาธิมีแนวโน้มที่จะมีอารมณ์ความคิดด้านบวกมากกว่าคนที่ไม่ทำสมาธิเลย





หางานอดิเรกทำ หาสิ่งใหม่ๆ

งานอดิเรก หรือการหาสิ่งใหม่ๆทำ จะช่วยให้เราไม่หมกมุ่นอยู่กับตนเอง ช่วยเบี่ยงเบนความสนใจจากอารมณ์ในด้านลบได้  หากมีความเครียดหรือรู้สึกเศร้าให้หางานอดิเรกทำและมีสมาธิจดจ่อกับมัน นอกจากจะทำให้เรารู้สึกดีขึ้นแล้ว ยังทำให้เรารู้สึกสนุกไปกับชีวิตมากขึ้นอีกด้วย

ออกไปพบผู้คน

การสร้างปฎิสัมพันธ์กับผู้คน ครอบครัว เพื่อน  นอกจากการทำกิจกรรมต่างๆแล้ว ยังช่วยให้เรารู้สึกผ่อนคลายจากความเครียดได้อีกด้วย

ยอมรับในสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้

หลายๆสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตของเรา มีทั้งสิ่งที่เราสามารถบังคับมันได้ หรือสิ่งที่เราไม่สามารถบังคับมันได้เช่นกัน หากเราไปเครียดหรือกังวลกับสิ่งๆรอบๆ ตัวที่เราไม่สามารถบังคับมันได้ หรือเปลี่ยนไม่ได้ มันก็จะทำให้เรายิ่งรู้สึกเครียดมากขึ้น แต่สิ่งที่เราสามารถบังคับให้ทำได้ ก็คือตัวเราเอง จงยอมรับในสิ่งนี้ และเปลี่ยนแปลงตัวของเรา และจงยอมรับว่าหลายๆสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ ให้มันเป็นบทเรียนของเรา จงทำตัวของเราให้ดีขึ้น





ช่วยเหลือผู้อื่น


การที่เราได้ช่วยเหลือผู้อื่น จะทำให้เรารู้สึกมีคุณค่ามากขึ้น รู้สึกดีกับตัวของเราเอง อาจสมัครเป็นอาสาสมัครช่วยเหลือสังคมก็อาจเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้ภาวะซึมเศร้าดีขึ้น หรือหากมันดูลำบากมากไปคุณอาจช่วยเหลือคนอื่น เล็กๆ น้อยๆ รอบๆตัวก็ได้ เช่น ช่วยเพื่อนที่ออฟฟิศ ช่วยเด็กข้ามถนน เอื้อเฟื้อต่อคนแก่ คนพิการ หรือคนท้อง เวลาที่คุณ นั่งรถเมย์ Bts หรือ MRT

เลิกรับข่าวสารด้านลบจากสื่อ

ตอนนี้เป็นยุคของสื่อ Social Media  แน่นอนว่าการเข้าถึงข่าวสารนั้นมีมาก และรวดเร็วเหลือเกิน สื่อมีผลต่อความรู้สึกของเรามาก หากคุณอยู่ในภาวะซึมเศร้าอยู่แล้ว แล้วไปเห็นข่าวฆ่าข่มขืนเด็ก ข่าวฆ่าลูกแมว ข่าวทำร้ายคนพิการ คนแก่ ย่อมส่งผลกระทบต่อความรู้สึกของเราให้เศร้ามากขึ้นไปอีกอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นเราควรเลือกเปิดรับสื่อ หากคุณรู้สึกแย่มาก อาจห่างๆ จากสื่อโซเซียล หยุดปิดพักมือถือไปเลยก็ดีนะ ลองหางานอดิเรกอื่นๆ ช่วยให้คุณรู้สึกสนุกและรู้สึกดีกับตัวเองมากขึ้นดีกว่า


  • Share this post!