8 วิธี ในการปรับสมดุล Work Life Balance


8 วิธี ในการปรับสมดุล Work-Life-Balance

งานของเราช่วยให้เรามีชีวิตที่ดี มีงานมีเงิน   สามารถทำความปรารถของเราให้เป็นจริง ความปรารถนาของเราที่จะประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานนั้น จนบางทีทำให้เราลืมเกี่ยวกับการใช้ชีวิตและความเป็นอยู่ของเรา



อย่างไรก็ตามเราต้องไม่ลืมการสร้างความสมดุลของการทำงานและการใช้ชีวิตของเราก็เป็นเรื่องสำคัญ ไม่เพียงต่อสุขภาพ ร่างกายเท่านั้น รวมถึงอารมณ์และจิตใจของเราด้วย Chris Chancey, ผู้เชียวชาญ ด้านอาชะและ CEO ของ Ampilo Recruiting กล่าวว่า การมีสมดุลที่ดีของการทำงาน มีผลในเชิงบวกมากมาย รวมถึงการลดความเครียดและความเหนื่อยล้า ส่งผลให้ทุกอย่างโดยรวมออกมาดี สิ่งนี้เป็นประโยชน์สำหรับพนักงานและนายจ้าง



Work-life-balance

โดยทั่วไปพนักงานที่มีสุขภาพโดยรวมที่ดี สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิผล ความผิดพลาดในการทำงานน้อย และมีค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพน้อยลง นางจ้างที่มีความตั้งใจและสนับสนุนสภาพแวดล้อม อยากให้ลูกน้องมี Work Life Balance ที่ดี จะทำให้พนักงานของพวกเขาขาดงานน้อยลง สามารถประหยัดค่าใช้จ่ายและได้พนักงานที่ซื่อสัตย์ และทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น



เมื่อคุณต้องการสร้าง Work-life-Balance  ที่เหมาะสมสำหรับคุณ คุณควรใช้เวลาในการประเมินของคุณเอง เพราะแต่ละคนไม่เหมือนกัน  และไม่ใช่ทุกคนที่แบ่งงานออกจากชีวิตส่วนตัวครึ่งๆ ไปเลย  Work-life-Balance นั้นเป็นการจัดการเวลาในการทำงานของคุณและการใช้ชีวิตของคุณให้มีความยืดหยุ่นและสามารถทำสิ่งต่างๆ ได้ งานของคุณจะสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดีและยังมีเวลาทำสิ่งที่คุณมีความสุข รักและชื่นชอบในชีวิตของคุณอีกด้วย



ความหมายของคำว่ายืดหยุ่น ณ ทีนี้หมายถึง บางวันคุณอาจต้องทำงานนานขึ้น เพื่อให้คุณสามารถสนุกไปกับกิจกรรมของคุณในสัปดาห์หน้า ไม่ว่าคุณจะจัดการเวลาของคุณอย่างไร คุณควรให้ความสำคัญกับการสร้างสมดุลเพื่อที่จะประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานและชีวิตประจำวันของคุณด้วย และ เรามี 8 วิธีที่จะสามารถให้คุณ สร้าง Work-life-Balance ของคุณให้ดีมากขึ้นกว่าเดิม




Work-life-balance ทำงาน

1.ยอมรับว่าไม่มีคำว่า เพอร์เฟค สำหรับ work-life balance.

เมื่อไหร่ที่คุณได้ยินคำว่า work-life balance. คุณอาจจินตนาการถึงการทำงานที่เสร็จอย่างรวดเร็ว และสามารถออกงานก่อนเวลาครึ่งวันเพื่อใช้เวลากับเพื่อนและครอบ แม้ว่ามันจะดูดี แต่ก็เป็นไปไม่ได้เสมอไป อย่ามุ่งมั่นกับตารางงานที่สมบูรณ์แบบ จงมุ่งมั่นเพื่อสิ่งที่จริง บางวันคุณอาจจดจ่อกับงานมาก ขณะที่บางวันคุณอาจมีเวลาและพลังงานที่จะใช้กับงานอดิเรกหรือใช้เวลากับคนที่คุณรัก ความสมดุลเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ไม่ใช่ในแต่ละวันๆ เท่านั้น  “บางเวลาในชีวิจของคุณ ลูกๆ หรือเพื่อนๆ คุณของอาจต้องการคุณ บางครั้งคุณต้องการเดินทางไปทำงาน บางครั้งคุณอาจต้องเลือก การประเมินความต้องการของคุณในแต่ละวันเป็นกุญแจสำคัญในการค้นหาสมดุล”



Work-life-Balance

2.หางานที่คุณรัก

แม้วว่างานจะเป็นบรรทัดฐานทางสังคมที่คาดหวัง แต่หากงานของคุณไม่ค่อยชื่นชอบงานของคุณล่ะ  การทำงานไม่ได้เป็นเพียงวิธีการหาเงิน มันควรเป็นทั้งวิธีหาเงินและคุณต้องมีความสุขกับมันด้วย หากคุณไม่ชอบงานนั้น คุณจะทำอย่างไร คุณก็คงไม่มีความสุข คุณไม่จำเป็นต้องรักงานของคุณในทุกๆ ด้าน มันต้องตื่นเต้นพอที่ทำให้คุณอยากลุกขึ้นจากเตียงทุกเช้า

สำหรับเรื่องของ work-life-balance Monahan แนะนำว่าคุณควรที่จะต้องหางานที่คุณหลงใหล และสิ่งนั้นคือคุณสามารถทำให้ฟรีๆ ได้เลย

ถ้าหากงานของคุณทำให้คุณเหนื่อยล้า และคุณพบว่ามันลำบาก ที่คุณจะทำสิ่งที่คุณรักหลังเลิกงาน หรือ งานอดิเรกของคุณ แสดงว่ามีบางอย่างผิดปกติ  สภาพแวดล้อมในที่ทำงานอาจไม่ดี หรืออาจเพราะคนที่เป็นพิษ หรืออาจเพราะคุณทำงานที่คุณไม่ได้รัก หากเป็นแบบนั้นแล้ว ถึงเวลาที่คุณอาจต้องหางานใหม่


3.จัดลำดับความสำคัญของสุขภาพของคุณ

สุขภาพกาย อารมณ์และจิตใจโดยรวมของคุณ ควรเป็นสิ่งที่คุณควรจะกังวล  การต่อสู้กับความวิตกกังวลหรือภาวะซึมเศร้า และคิดว่าการบำบัดจะเป็นประโยชน์ต่อคุณ ให้คุณเพิ่มสิ่งเหล่านั้นลงในตารางงานของคุณ แม้ว่าคุณจะต้องออกงานก่อนเวลา หรือทิ้งชั้นเรียนของคุณ หากคุณกำลังต่อสู้กับโรคเรื้อรังอย่ากลัวที่จะโทรลาป่วยในวันที่งานยุ่ง การทำงานที่หนักเกินไปจะไม่ทำให้คุณดีขึ้น และคุณอาจต้องหยุดงานในวันต่อไปอยู่ดี

จัดลำดับความสำคัญด้านสุขภาพของคุณก่อนที่คุณจะเป็นพนักงานดีเด่นและบุคคลที่ดีขึ้น คุณจะทำงานผิดพลาดน้อยและคุณจะมีความสุขกับงานและมีประสิทธิภาพในการทำงานมากขึ้น การจัดการกับสุขภาพของคุณอาจไม่จำเป็นต้องประกอบด้วยกิจกรรมที่โลดโพน มันอาจเป็นสิ่งง่ายๆที่สามารถทำได้ทุกวัน เช่นการออกกำลังกายหรือการนั่งสมาธิ



Work-life-balance ทำงาน

4.อย่ากลัวที่จะถอดปลั๊ก

เราอาศัยอยู่ในโลกที่เชื่อมต่อกันซึ่งไม่เคยหลับไหล การตัดความสัมพันธ์กับโลกภายนอกเป็นครั้งคราวช่วยให้เราฟื้นตัวจากความเครียดรายสัปดาห์ได้ และได้ให้พื้นที่ความคิดของเรา การถอดปลั๊ก อาจหมายถึงสิ่งที่ง่ายๆ เช่นการฝึกทำสมาธิ แทนที่จะตรวจสอบอีเมล์งานของคุณ



5.พักร้อนซะบ้าง

บางครั้งการถอดปลั๊กก็หมายถึงการลาพักร้อน การเอาตัวเองออกมาจากงานอย่างสมบูรณ์ ไม่ว่าการลาพักร้อนของคุณจะเป็นแค่ 1 วัน หรือ 2 อาทิตย์ที่ต่างประเทศ มันเป็นเรื่องสำคัญที่จะหยุดพักเพื่อเติมพลังให้ร่างกายและจิตใจของคุณ



work-life-balance

6.หาเวลาให้กับตัวเอง กับสิ่งที่คุณรัก


ขณะที่งานของคุณสำคัญมาก มันก็ไม่ควรจะเป็นทั้งชีวิตของคุณ คุณเป็นคนที่เข้ามารับตำแหน่งนี้ และคุณควรจัดลำดับความสำคัญของกิจกรรมและงานอดิแรกของคุณที่ช่วยให้คุณมีความสุข หากคุณไม่ได้วางแผนไว้สำหรับเวลาส่วนตัวอย่างรัดกุม คุณอาจไม่มีเวลาทำอย่างอื่นนอกเวลาทำงาน ไม่ว่าตารางงานของคุณจะวุ่นวายแค่ไหน คุณก็สามารถควบคุมเวลาและชีวิตของคุณได้ในที่สุด เมื่อวางแผนเวลากับคนที่คุณรัก สร้างปฎิทินสำหรับวันที๋โรแมนติกและครอบครัว มันอาจดูแปลกที่ต้องวางแผนตัวต่อตัวกับ ใครสักคนที่คุณอาศัยอยู่ด้วย แต่มันจะช่วยให้คุณแน่ใจว่าคุณจะใช้เวลากับพวกเขาโดยถูกรบกวนและขัดจังหวะ เพียงเพราะงานที่ทำให้คุณยุ่งไม่ได้หมายความว่าคุณต้องละทิ้งความสัมพันธ์ส่วนตัวไป จงตระหนักไว้ว่า ไม่มีใครในบริษัทของคุณ จะรักคุณหรือชื่นชมคุณในแบบของคนที่คุณรักทำ



Work-life-balance

7.กำหนดขอบเขตและเวลาในการทำงาน

กำหนดขอบเขตสำหรับตัวคุณเองเพื่อนร่วมงานของคุณ เพื่อหลีกเลี่ยงการทำงานหนัก และเหนื่อยหน่าย เมื่อคุณออกจากสำนักงาน หลีกเลี่ยงการคิดเกี่ยวกับโปรเจคที่กำลังจะมาถึง หรือตอบเมล์บริษัท

ไม่ว่าคุณจะทำงานจากที่บ้าน  หรือที่ทำงาน สำคัญว่าคุณจะต้องมีเวลาทำงานและหยุดพัก อย่างไรก็ตาม คุณอาจพบว่าคุณกำลังตอบอีเมล์ที่เกี่ยวข้องในการทำงานในช่วงวันหยุดยาว ตอนดึก หรือวันหยุดสุดสัปดาห์ คุณควรแจ้งให้สมาชิกในทีมและผู้จัดการของคุณทราบเกี่ยวกับขอบเขตทีคุณไม่สามารถเข้าถึงได้เนื่องจากคุณมีสิ่งที่ต้องทำ ในเวลาส่วนตัวของคุณ สิ่งนี้จะช่วยให้มั่นใจว่าพวกเขาเข้าใจและเคารพในสิทธิและข้อจำกัดของคุณ




work-life-balance

8.กำหนดเป้าหมายและลำดับความสำคัญ (ยึดตามเป้าหมาย)

กำหนดเป้าหมายของคุณ ซึ่งคุณชื่นชอบ เกี่ยวกับอาชีพของคุณ สุขภาพ และความสัมพันธ์ พิจจารณาว่าอะไรที่สำคัญที่สุดที่จะช่วยให้มี work-life balance ที่ดี และจัดการเรียงลำดับความสำคัญซะ ทำให้งานของคุณเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพโดยใช้กลยุทธ์การจัดการวิเคราะห์สิ่งสำคัญที่ต้องทำ และตัดงานที่ไม่มีคุณค่าออกไป



เมื่อคุณทำงานสำคัญให้คุณตั้งใจทำงานให้ออกมามีผลลัพธ์ที่ดีที่สุด และหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่อาจรบกวนการทำงานของคุณ เช่น การตรวจสอบอีเมล์และโทรศัพท์ทุกๆ สองหรือสามนาที เพราะงานสำคัญของคุณจะต้องมาเสียเวลาเปล่า คุณควรตั้งใจทำงานสำคัญของคุณเพื่อให้งานออกมาได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากคุณจัดการแผนงานของคุณในแต่ละวันจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน และอาจส่งผลให้คุณมีเวลาว่างในการผ่อนคลายมากขึ้น  ไม่ว่าเป้าหมายของคุณจะเป็นอย่างไร ตรวจสอบให้แน่ใจว่าทุกๆอย่างเอื้อต่อการมี work-life balance ที่ดี



สิ่งที่สำคัญคือต้องเข้าใจว่าความสมดุลของชีวิตการทำงานของแต่ละคน จะแตกต่างกันไป พวกเราต่างมีภาระหน้าที่ในชีวิตที่แตกต่างกันออกไป ในโลกที่เรากำลังใช้ชีวิตอยู่ ความสมดุลของการใช้ชีวิตมีแต่คุณเท่านั้นที่สามารถเลือกตัดสินใจวิถีชีวิตที่เหมาะสมกับคุณมากที่สุด



อ่านบทความต้นฉบับได้ที่ https://www.businessnewsdaily.com/5244-improve-work-life-balance-today.html


 


 


  • Share this post!