กลยุทธ์การจัดการความเครียดเวลาทำงาน


กลยุทธ์การจัดการความเครียดเวลาทำงาน by Jason Alba เมื่อ 12 ปีก่อน ผมมีปัญหาเรื่องความเครียดมาก คือผมมักจะคิดอยู่เสมอว่าความสำเร็จหรือความล้มเหลวของบริษัทนั้นขึ้นอยู่กับผม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการรับผิดชอบต่อยอดขาย การบริหารทีมขาย และอื่นๆอีกมากมาย



ผมรู้ตัวว่าความเครียดขึ้นถึงขีดสุดก็ตอนที่ผมอยู่บนเครื่องบินขากลับจาก Business Trip ตอนนั้นจู่ๆผมก็รู้สึกไม่โอเค และมีความรู้สึกว่า “ชิบแล้ว ผมกำลังจะหัวใจวายแน่ๆ” ตอนนั้นผมคิดถึงแต่เรื่องว่า เหล่าลูกเรือจะช่วยผมได้ไหม(วะ) แล้วผมจะทนไหวจนกว่าเครื่องจอดและขึ้นรถไปรพ.มั้ย แต่สุดท้ายก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น เชื่อไหมว่า กลับถึงบ้านผมรีบไปกอดภรรยาเลยทีเดียว หลังจากนั้นก็มุ่งตรงไปรพ.โดยพลัน (เวลาไปรพ.คุณจะได้รับการดูแลอย่างเร็วมากถ้าคุณบอกว่าคุณกำลังจะหัวใจวาย) สรุปสุดท้ายหมอบอกว่าผมไม่ได้มีปัญหาเรื่องโรคหัวใจแต่อย่างใด แต่มีอาการเกิดแผลในกระเพาะอาหาร ซึ่งหมอก็บอกให้ผมพยายามลดความเครียด ณ จุดนี้เองที่ผมตระหนักว่าความเครียดของผมมันมากแค่ไหน



ทั้งที่ผมคิดว่าผมจัดการกับความเครียดได้ดีมาตลอด แต่จากอาการวันนี้มันฟ้องว่าความเครียดเล่นผมเสียอยู่หมัดแบบไม่รู้ตัวเลยทีเดียว ด้วยเหตุนี้ผมถึงต้องมาเรียนรู้เรื่องกลยุทธ์ในการจัดการความเครียดในที่ทำงานทั้งจากการทดลองกับตัวเอง และการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญหลายๆท่าน จนได้เป็นความรู้มาแชร์ตามนี้



ความเครียดจากการทำงานคืออะไร? ความเครียดจากการทำงานนั้นเกิดขึ้นได้ทั้งทางร่างกายและจิตใจ ความเครียดจะเกิดขึ้นเมื่อสิ่งที่เป็นไม่ใช่สิ่งที่หวัง จนนำไปสู่อาการเจ็บป่วยหรือปัญหาสุขภาพต่างๆ จากการสำรวจของ The National Institute for Occupational Safety and Health (NIOSH) พบว่า 44% ของคนทำงานเชื่อว่าการทำงานมีผลต่อสุขภาพโดยรวม และมากกว่า 4 ใน 10 คนมีความเห็นว่างานมีผลต่อชีวิตครอบครัว สังคม ระดับความเครียด รวมถึงนิสัยการกินและการนอน

 




คำเตือนว่าคุณกำลังมีความเครียดจากการทำงาน
  • • ความเฉื่อยชา
  • • มีความคิดแง่ลบตลอด
  • • รู้สึกไม่มีขวัญและกำลังใจ
  • • มีความเหนื่อยหน่ายกับงาน
  • • กระวนกระวาย
  • • อัดอั้นตั้นใจ
  • • รู้สึกเหนื่อยล้า อยากนอน
  • • รู้สึกไม่สดชื่น
  • • มีความรู้สึกแปลกแยก
  • • หงุดหงิดง่าย
  • • มีปัญหาสุขภาพ เช่น ปวดหัว ปวดท้อง
  • • รู้สึกไม่อยากไปทำงาน อยากลา
 


สาเหตุของความเครียดจากงานนั้นมีสองทฤษฏี

1. ความแตกต่างทางด้านคุณลักษณะของแต่ละบุคคล เนื้อหางานแบบหนึ่ง อาจก่อให้เกิดความเครียดกับคนๆหนึ่ง แต่ไม่ก่อให้เกิดความเครียดกับอีกคนหนึ่ง

2. ความเครียดจากเงื่อนไขต่างๆในชีวิต เช่น งานเยอะเกิน ชั่วโมงการทำงานที่ไม่ยืดหยุ่น กลัวโดนเจ้านายด่า ฯลฯ

 


กลยุทธ์ในการจัดการความเครียดจากการทำงาน

1. ระบุที่มาของความเครียด

ถ้าคุณไม่รู้สาเหตุที่แท้จริงของความเครียดคุณก็ไม่สามารถที่จะแก้ไขมันได้ ไม่แน่ในบางครั้งจริงๆแล้วคุณอาจไม่ได้เครียดเรื่องงาน/เพราะงานก็ได้

2. หาว่ามีอะไรที่คุณสามารถควบคุมได้ และควบคุมไม่ได้บ้าง

อ้างอิงจากหนังสือขายดีของ Steven Covey เรื่อง “The 7 Habits of Highly Effective People” เราควรโฟกัสแค่สิ่งที่เราสามารถควบคุมได้ และอย่าไปยึดติดกับสิ่งที่เราความคุมไม่ได้

3. สำรวจความสมดุลย์ในการใช้ชีวิตและการทำงาน (Work-Life Balance) 

อย่าหักโหมทำงานจนมากเกินไป ต้องรู้จักบริหารการใช้ชีวิต และชีวิตการทำงานให้ดี

4. ทานอาหารที่มีประโยชน์ ดื่มน้ำเยอะๆ และทานวิตามินเสริม

เนื่องจากสุขภาพที่ไม่ดีจะทำให้เรารับมือกับความเครียดได้ยากลำบากขึ้น (วิตามินD เพิ่มความสามารถในการจัดการกับความเครียด)

5. คุณขยับตัวเพียงพอหรือเปล่า?

พยายามขยับตัวเยอะๆ ยืดเส้นยืดสาย ออกกำลังบ้างเพื่อระบายความเครียด และที่สำคัญ จะได้เลิกคิดเรื่องงานเสียบ้าง

6. การพูดคุยกับใครสักคนอาจช่วยให้คุณคลายเครียดได้บ้าง

การพูดคุยระบายความเครียดออกมาให้ใครสักคนได้รับฟัง ได้รับรู้ ไม่จำเป็นต้องช่วยหาทางออกแค่ช่วยปลอบกันก็ทำให้ความเครียดลดลงได้ ในเคสของผม ผมเลือกที่จะนั่งจับเข่าคุยกันกับเจ้านาย ซึ่งน่าแปลกที่ผมรู้สึกดีขึ้นจริงๆ

7. คุณค่าและความถนัดของคุณเหมาะกับบริษัทหรือไม่?

ผมเคยมีประสบการณ์การทำงานกับผู้คนที่เข้ากันกับพวกเขาไม่ได้ พวกเขาไม่เคยมองว่าสิ่งที่ผมทำนั้นดี ผมเลยตัดสินใจลาออก เมื่อคุณค่าของคุณไม่เหมาะกับบริษัท คุณควรลาออกและมองหาที่ๆเหมาะกับคุณเสีย

8. เวลาที่คุณทำงาน จงทุ่มเทกับงานให้สุด ทำให้เต็มที่แล้วคุณจะไม่เสียใจทีหลัง

9. จัดระเบียบการทำงานของคุณ

ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเอกสาร การทำงาน ลิสท์สิ่งที่คุณต้องทำอาทิตย์หน้า สิ่งที่ยังไม่เสร็จและต้อง Follow up ต่อ เป็นต้น งานเป็นสิ่งสำคัญ แต่สิ่งที่สำคัญเหนือสิ่งอื่นใดคือความสุขของคุณ ถ้าคุณมีความสุข จัดการกับความเครียดได้ดี เชื่อผมสิ คุณจะรู้สึกว่าการทำงานมันสนุก และท้าทายมากเชียวล่ะ!


  • Share this post!