5 แนวทางที่จะช่วยปรับชีวิตการทำงานของคุณให้สมดุล


หน้าที่การงานคือบรรทัดฐานทางสังคม แต่มันไม่ต้องเข้มงวดมากนักก็ได้ เพราะงานไม่เพียงแค่สร้างรายได้ แต่งานควรตอบสนองคุณทั้งเรื่องการเงินและความสุขได้ไปพร้อมๆกัน ดั่งคำกล่าวของ Dr. Michael Tischle ผู้ก่อตั้งและ CEO บริษัท Teeth Tomorrow “กุญแจแห่งความสำเร็จที่แท้จริงคือการสร้างเป้าหมายที่เต็มไปด้วยความปราถนา น่าหลงไหล ที่เอื้อต่อสุขภาพ รูปลักษณ์ อาชีพและความสัมพันธ์ของคุณด้วย” ในบางครั้งงานอาจจะไม่ตอบสนองความผาสุขทางใจของคุณได้ เพราะคุณยังคงต้องใช้เวลาไปกับงานอดิเรก ร่วมกิจกรรมที่คุณสนใจกับครอบครัวและคนที่คุณรัก ดังนั้นอย่าเสียเวลากับการทำงานแปดชั่วโมงเพื่อแค่กลับบ้าน และละเลยสิ่งต่างๆ เหล่านั้น และนี่คือ 5 ข้อที่ช่วยให้ชีวิตการทำงานของคุณสมดุลขึ้น


1. Know that there is no 'perfect' balance. (ตะหนักไว้ว่าความสมดุลไม่มีคำว่า “สมบูรณ์แบบ”)

เมื่อได้ยินคำว่า “ความสมดุลในชีวิตการทำงาน” คุณอาจจินตนาการไว้ว่า ต้องตื่นนอนตอนตี 5 ไปออกกำลังกาย คว้าอาหารเช้าที่เตรียมไว้และก่อนออกไปทำงาน กลับบ้านไวหลังจากเลิกงาน ทำมื้อเย็น จัดการงานบ้าน และปิดท้ายด้วยหนังสือดีๆ สักเล่มบนเตียงตอน 3 ทุ่ม แต่นั่นมันผิด เพราะความสมดุลนั้นเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา อย่ายึดติดกับตารางชีวิตที่งเคร่งครัดมากเกินไป จงมองความเป็นจริงว่า ในวันที่คุณอาจโฟกัสกับงาน บางคนอาจมีเวลาเพิ่มขึ้นจากงานอดิเรกและการพักผ่อนบนโซฟากับคนรักพวกเขารัก แล้วคุณล่ะ มีเวลาเหล่านั้นหรือเปล่า

 

2. Prioritize your health (คำนึงถึง ”สุขภาพ” เป็นสำคัญ)

“การให้ความสำคัญด้านสุขภาพ จะส่งผลให้คุณเป็นพนักงานและประชากรที่มีประสิทธิภาพการทำงานที่ดีขึ้น” ปัญหาสุขภาพคือปัญหาสำคัญที่เราต้องตระหนักถึง หากคุณพบเจอความเครียดหรืออยู่ในช่วงสภาวะจิตตกต่ำ ควรจัดตารางการไปพบแพทย์แทรกลงไปในตารางงานของคุณทันที และหากคุณกำลังต่อสู้กับโรคร้ายหรือเผชิญหน้ากับอาการเจ็บป่วย อย่ากลัวที่จะโทรลางานแม้ในวันที่งานถ่วมหัวคุณ ถ้าคุณหลีกเลี่ยงที่จะทำ นั่นอาจทำให้คุณต้องหยุดงานหลายวันในอนาคต

 

3. Make sure you like your job. (ถามตัวเอง “นี่หรือคืองานที่เรารัก ?”)

“ถ้าคุณเกลียดชังสิ่งที่คุณทำ คุณจะทำมันอย่างไม่มีความสุข” ประโยคง่ายๆ ธรรมดาๆ ที่มักใช้ได้เสมอ คุณไม่จำเป็นต้องรักอาชีพของคุณในทุกๆด้าน เพียงแค่อาชีพที่คุณเลือกนั้น ต้องน่าตื่นเต้นพอที่จะทำให้คุณลุกขึ้นจากเตียงนอนตอนเช้าๆได้ และเลือกงานที่น่าหลงไหล งานที่คุณชื่นชอบ จนทำให้คุณรู้สึกว่า “คุณสามารถทำมันได้แบบฟรีๆ ไม่เอาเงินเดือนเลยล่ะ”

 

4. Don't be afraid to unplug. (ถอดปลั๊กพักผ่อน)

ถึงแม้ว่าเราอยู่ในยุคที่การติดต่อสื่อสารนั้นไม่เคยหลับใหล แต่บางครั้งในเวลาที่ว่างเว้นจากการทำงาน การ ”ตัดขาด” กับโลกภายนอกหรือโลกโซเชี่ยลก็ช่วยทำให้เรา “ตัดขาด” จากความตึงเครียดที่สะสมมาทั้งสัปดาห์ได้ นอกจากนี้ยังทำให้คุณมีพื้นที่ว่างในสมองเพิ่มขึ้นเพื่อรอความคิดดีๆ และไอเดียต่างๆ เข้ามาเติมเต็มอีกด้วย

 

5. Make time for yourself. (ให้เวลากับตัวเอง)

จริงอยู่ที่ว่าอาชีพการงานนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญแต่อย่านำงานมาผูกมัดคุณไว้ทั้งชีวิต “อย่าลืม”ว่าก่อนที่คุณจะก้าวเข้าสู่ชีวิตการทำงาน คุณมีสิทธิเลือก มีอำนาจในการตัดสินใจ คุณให้เวลากับชีวิตได้อย่างเต็มที่ ดังนั้น ”อย่าลืม” จัดตารางว่างให้แก่ตัวเอง เพื่อไปทำงานอดิเรกหรือร่วมกิจกรรมที่คุณชอบ นอกจากนี้คุณควรให้ความสำคัญกับการอยู่กับคนที่คุณรักด้วย อย่าให้คำว่า “งานยุ่ง” เป็นข้ออ้างเพื่อที่จะละเลยความสัมพันธ์กับคนที่คุณรักหรือคนที่รักคุณ และตระหนักไว้ว่า”ไม่มีใครในบริษัทของคุณที่จะรักคุณหรือชื่นชมคุณได้เท่ากับคนที่บ้าน”


  • Share this post!